moviethai

War Horse (ม้าศึกจารึกโลก) หนังออนไลน์ สงครามที่เด็ก ๆ ควรได้ดู

หนังออนไลน์ เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างคนกับม้า เดิมที่ War horse เป็นวรรณกรรมเยาวชนชื่อดังที่ถูกตีพิมพ์ในช่วง ค.ศ. 1982 ผู้เขียนคือไมเคิล มอร์เพอร์โก เจ้าของรางวัลไวต์เบรดอวอร์ดในปี 2007 ยังตามมากวาดรางวัลต่ออีกหลายถ้วยจากงานโทนี่อวอร์ดในฐานะละครเวที ก่อนถูกพ่อมดฮอลลีวูด สตีเว่น สปีลเบิร์ก หยิบเอามาสร้างเป็นหนังในที่สุด

เรื่อง War Horse หรือในชื่อไทย “ม้าศึกจารึกโลก” หนังใหม่ เราจะได้เห็นบทบาทของม้าในภาวะสงครามที่แม้ว่าเทคโนโลยีการรบจะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างไร แต่ม้าก็ยังคงเป็นสัตว์ที่ถูกนำมาใช้ในการศึกสงครามไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

แม้ว่าหลังจากการปฏิบัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา บทบาทของม้าได้ถูกจำกัดลง แต่ก็ยังคงมีส่วนร่วมในกิจกรรมสงครามอันป่าเถื่อนของมนุษย์อยู่เสมอมา ดังจะได้เห็นจาก หนังออนไลน์ เรื่อง War Horse ที่กำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ เราจะได้เห็นว่าที่จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นการใช้ม้าในยุคใดสมัยใด ดูเหมือนพวกมันจะต้องมามีชะตากรรมเลวร้ายร่วมกับสงครามที่มนุษย์ก่อขึ้น เช่นเดียวกับมนุษย์อีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องรับกรรมจากสิ่งที่ตัวเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย

เรื่องย่อ หนังออนไลน์ พอสังเขป

moviethai

ดูหนังฟรี เป็นการบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันระหว่างม้าแสนรู้สีน้ำตาลชื่อโจอี้ กับชายหนุ่มชื่ออัลเบิร์ต นาราค็อต (Albert Narracott) ชาวเมืองเดวอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนที่เขายังเด็กอยู่ได้มีโอกาสเห็นมันตั้งแต่เกิด แล้วก็ได้แต่ใฝ่ฝันที่จะเป็นเจ้าของมัน 

และวันหนึ่งสิ่งที่เขาใฝ่ฝันก็เป็นความจริงเมื่อพ่อขอเขาได้ประมูลซื้อมันมาในราคาแพงถึง 30 กินี โดยจุดประสงค์ที่ต้องการจะประมูลตัดหน้าเศรษฐีที่เป็นเจ้าหนี้เขาอยู่ ซึ่งเขาต้องการจะนำมาตัวนี้มาใช้ในงานกสิกรรมของเขา

เมื่อได้ม้าตัวนี้มา อัลเบิร์ต พยายามฝึกฝน โจอี้ ที่ค่อนข้างไม่เชื่อง และไม่แข็งแรง ให้กลายเป็นม้าที่ดี มีฝีเท้าเร็ว และแข็งแรงพอที่จะไถพรวนดินสำหรับทำไร่ได้ แต่ด้วยภาวะปัญหาทางด้านการเงินที่รุมเร้าครอบครัว ทำให้พ่อของอัลเบิร์ตได้ตัดสินใจขายโจอี้ให้กับกองทหารม้าหน่วยหนึ่งไป เพื่อที่จะออกสู่สงคราม ในขณะนั้นที่สงครามโลกครั้งที่ 1 ปะทุขึ้น

ซึ่งการขายม้าตัวนี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับ อัลเบิร์ต เขาได้คัดค้านเสียงแข็งต่อพ่อของเขา จนร้อยเอกนิโคลส์ผู้ซึ่งกำลังจะเป็นนายใหม่ของโจอี้ได้รับปากว่าหากเขาและโจอี้รอดตายจากสงครามมาได้ เขาจะนำมันมาคืนอัลเบิร์ตด้วยตัวเอง

เมื่อโจอี้เข้าสู่สงครามพร้อมกับร้อยเอกนิโคลส์ มันก็ต้องพบกับความหวาดผวากับเสียงปืนเสียงระเบิดเป็นครั้งแรก แม้นายใหม่ของมันจะรักและดูแลมันอย่างดี แต่เป็นโชคไม่ดีของเขา ที่เขาเสียชีวิตจากการสู้รบ และมันก็พลัดหลงออกจากกองทัพไป

ในที่สุดคุณตาชาวไร่กับหลานสาวกำพร้านามเอมิลี่มาพบโจอี้เข้า ก็ได้เลี้ยงดูเล่นกับมันอย่างมีความสุข แต่อยู่ต่อมาไม่นาน ม้าของคุณตาชาวไร่ก็ถูกทหารเยอรมันยึดไป พร้อมกับเตรียมใช้มันในการลากปืนใหญ่ ซึ่งงานนี้ถือเป็นงานที่หนักมาก ซึ่งม้าหลายตัวต้องเหนื่อยจนตายเพราะงานนี้ 

ต่อมาส่งครามได้แผ่ขยายไปในวงกว้าง และดูเหมือนว่าทุกคนถูกดึงให้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง  แม้แต่อัลเบิร์ตเองก็ได้ถูกเกณฑ์มาเป็นทหารและเข้าสู่สมรภูมิ ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงของเข้าไม่ได้ต้องการมารบ แต่เขามีความหวังที่จะตามหาโจอี้ให้พบ 

ในศึกครั้งหนึ่ง อัลเบิร์ตและเพื่อนทหารอังกฤษสามารถไปจนถึงแนวสนามเพลาะของฝ่ายข้าศึกได้ แต่กลับถูกแก๊สพิษจนตาบอดและถูกส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลสนาม กลับมาทางฝ่ายโจอี้ หน่วยทหารเยอรมันที่ดูแลมันอยู่ก็ถูกตีแตก ส่วนโจอี้ตกใจรถถังวิ่งหนีเตลิดไปท่ามกลางการระดมยิงของปืนใหญ่ในเวลากลางคืนจนไปติดลวดหนาม ณ จุดหนึ่งในแดนกลางระหว่างสนามเพลาะของทหารทั้งสองฝ่าย

เช้าวันรุ่งขึ้น โจอี้กลายเป็นจุดสนใจของทหารทั้งทางฝั่งอังกฤษและเยอรมันด้วยความรู้สึกสงสารปนเหลือเชื่อกับเหตุที่เกิดขึ้นกับมัน ในที่สุดก็มีทหารอังกฤษคนหนึ่งถือธงขาวเดินข้ามไปยังแดนกลางตรงที่โจอี้ติดอยู่ ส่วนทางฝ่ายเยอรมันก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพราะพวกเขาได้ส่งตัวแทนทหารที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี โดยมีคีมตัดลวดหนามมาด้วย แล้ทั้งสองก็ปรึกษาหารือกันและช่วยกันตัดลวดให้โจอี้จนกระทั้งมันหลุดจากพันธนาการพร้อมกับบาดแผลทั่วตัว 

แล้วปัญหาก็เกิดขึ้น ว่าใครควรจะเป็นฝ่ายได้ม้าไป? 

และด้วยความที่ทั้งสองไม่อยากจะก่อความรุนแรงก็เลยตัดสินปัญหาด้วยวิธีการง่าย ๆ คือการเสี่ยงทายโยนหัวโยนก้อยกัน ซึ่งฝ่ายทหารอังกฤษเป็นฝ่ายเลือกถูก และได้สิทธิ์จูงม้าโจอี้กลับมายังหลังแนวของตน จนถึงบริเวณที่เป็นโรงพยาบาลสนามที่อัลเบิร์ตรักษาตัวอยู่

เมื่อหมอดูสภาพแล้วเห็นว่าโจอี้มีแผลจากลวดหนามเต็มตัว ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่มันจะตายเพราะบาดทะยักได้ เขาจึงตัดสินใจที่จะทำการุญฆาต (Mercy Killing) แต่โชคดีที่อัลเบิร์ตสามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้ามันได้จากการเป่ามือเรียกมันและสามารถระบุรูปพรรณสัณฐานของมันได้ทั้ง ๆ ที่ดวงตาของเขายังรักษาไม่หาย จนมันรอดจากการฆ่าตายอย่างหวุดหวิด

เมื่อสงครามอันโหดร้านสิ้นสุดลงพร้อมกับดวงตาของอัลเบิร์ตที่ค่อย ๆ ดีขึ้น กองทหารอังกฤษกำลังจะเคลื่อนย้ายกลับสู่ภูมิลำเนา แต่กองทัพอังกฤษจะไม่นำม้าทั้งหมดกลับไปด้วย โดยจะเลือกเอาเฉพาะม้าของนายทหารเท่านั้น และกองทัพก็ได้นำม้าตัวอื่น ๆ รวมทั้งโจอี้ออกประมูลขายทอดตลาด ซึ่งมีพ่อค้าม้ารายหนึ่งเกือบจะประมูลได้ไปแล้ว แต่โชคดีที่คุณตาชาวไร่โผล่มาประมูลตัดหน้าไปได้

ภาพยนตร์สงครามที่เด็ก ๆ ควรได้ดู

สำหรับ หนังออนไลน์ เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่สร้างโดยอ้างอิงจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อันสำคัญ นั้นก็คือเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยตัวเนื้อหาของเรื่องถือว่ามีความเป็นวรรณกรรมค่อนข้างสูง เพราะทอดเอาเรื่องราวทั้งหมดมาจากวรรณกรรมแทบจะทั้งกระบวนทิว จึงทำให้ หนังออนไลน์ เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างคนกับม้า เดิมที่ War horse เป็นวรรณกรรมเยาวชนชื่อดังที่ถูกตีพิมพ์ในช่วง ค.ศ. 1982 ผู้เขียนคือไมเคิล มอร์เพอร์โก เจ้าของรางวัลไวต์เบรดอวอร์ดในปี 2007 ยังตามมากวาดรางวัลต่ออีกหลายถ้วยจ เรื่องนี้มีเนื้อหาที่ร้อยเรียงเอาไว้อย่างสวยงาม และสอดแทรกแง่มุมอันหลากหลายให้เราได้ขบคิดและตั้งคำตามต่อสงครามที่เกิดขึ้น

โดยเฉพาะในฉายที่ทหารทั้ง 2 ฝ่าย เข้าไปช่วยม้าเอาไว้ แต่เกิดปัญหาว่าม้าควรจะเป็นของใคร จึงได้ใช้วิธีการตัดสินอันแสนจะง่ายดาย นั้นก็คือโยนเหรียญหัวก้อย มันสะท้อนภาพของภาวะความขัดแย้งของโลกใบนี้ ที่ผู้นำประเทศตัดสิ้นใจแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสงคราม การเข่นฆ่า ทำลายล้าง ในขณะที่เรามีวิธีไกล่เกลี่ยปัญหาความขัดแย้งมากมายที่จะไม่นำไปสู่ความรุนแรง คาดการณ์ว่าในสงครามโลกครั้งที่ 1 จำนวนผู้เสียชีวิตและหายสาบสูญของทั้งสองฝ่ายมีมากถึง 40 ล้านคน 

ซึ่งไม่เฉพาะมนุษย์เท่านั้นที่ได้รับเคราะห์กรรมจากภัยสงคราม แต่ยังมีสัตว์ร่วมโลกอีกมากมายที่ได้รับผลพวงอันเจ็บปวด จากสงครามที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ดังจะเห็นได้จากม้าที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับการรบ ซึ่งมีการสันนิฐานว่าในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีม้าที่เสียชีวิตจากสงครามไม่ต่ำกว่า 2 ล้านตัวเลยทีเดียว 

War Horse 07’เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์สงครามที่ย้ำเตือนให้เรามองเห็นถึงความสูญเสียที่เกิดจากสงคราม ที่เปิดเผยให้เราเห็นถึงมิติความสัมพันธ์ของคนกับสัตว์ ซึ่งเหมาะสมที่จะให้เด็กได้ชม เพราะแม้ว่าจะมีฉากสงครามที่อลังการงานสร้างและสมจริง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่สยดสยองจนเกินพอดี 

การที่เด็ก ๆ ได้ ดูหนังออนไลน์ เรื่องนี้ เชื่อได้แน่ว่าจะเป็นการบ่มเพาะความรู้สึกรักและเมตตาระหว่างคนและสัตว์ รวมไปถึงยังบ่มเพาะความรู้สึกที่เห็นว่าสงครามไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดของโลกใบนี้ ดังคำพูดจากปากคำของนายทหารเยอรมันในเรื่องนี่ ที่เขากล่าวว่า “สงคราม!!! พรากทุกอย่างไปจากทุกคน”

จบไปแล้วกับการรีวิวหนัง War Horse (ม้าศึกจารึกโลก) ภาพยนตร์สงครามที่เด็ก ๆ ควรได้ดู อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนังและดูหนังอัตชีวประวัติ หนังดราม่า หนังประวัติศาสตร์ หนังสงคราม หนังใหม่ ๆ ได้ที่ ” moviethai